10¢ã¡¡2009/11/123456789101112131415161718192021222324252627282930¢ä12

--/--/-- --:--

¾åµ­¤Î¹­¹ð¤Ï£±¥ö·î°Ê¾å¹¹¿·¤Î¤Ê¤¤¥Ö¥í¥°¤Ëɽ¼¨¤µ¤ì¤Æ¤¤¤Þ¤¹¡£
¿·¤·¤¤µ­»ö¤ò½ñ¤¯»ö¤Ç¹­¹ð¤¬¾Ã¤»¤Þ¤¹¡£

No. | ¥¹¥Ý¥ó¥µ¡¼¹­¹ð | Page Top

2009/01/31 20:52

"ครึ่งปิศาจเนี่ยนะ ข้าไม่ยอมรับเด็ดขาด"

"จะให้ทำไงได้ เจ้าปิศาจมีทายาทแค่คนเดียว...ลูกครึ่งก็เถอะ"

"อายุก็แค่ไม่กี่ร้อยปี จะมาปกครองพวกเรางั้นรึ?"

"ท่านฮิโระก็ออกจะมีเวทมนตร์สูงนะ อย่าได้ดูถูกเชียว"

"ถ้าท่านเรียวหล่ะก็ ข้าอาจจะยอมก้มหัวให้ก็ได้"

"แต่ท่านเรียวไม่ใช่ทายาท ยิ่งไม่ได้ใหญ่ เจ้าก็รู้ดี"

เสียงซุบซิบอื้งอึงดังเซ็งเซ่ไปทั่วทั้งหอคอยสูงลิบลิ่ว
ทั้งภายนอกและภายใน เหล่าปิศาจจากทั่วทุกสารทิศกำลังเตรียมเข้าร่วมพิธีสำคัญที่สุด ณ โลกปิศาจ
พิธีสืบทอดทายาทแห่งเจ้าปิศาจ

"ตั้งแต่เพลานี้เป็นต้นไป"
เสียงทุ้มก้องกังวาลน่าเกรงขาม ดังสนั่นสะเทือนลั่นก้องจากบัลลังค์สีมืดที่สูงลิบลิ่ว
เหล่าบรรดาปิศาจทั้งหลายต่างพากันสงบปากสงบคำอย่างรู้หน้าที่ทันที

"ข้าขอประกาศลงจากตำแหน่งเจ้าแห่งโลกปิศาจ และขอมอบต่อหน้าที่สำคัญนี้ให้แก่ ทายาทของข้า...ฮิโรกิ"
เสียงอื้ออึงแซดขึ้นอีกครั้ง ราวกับเป็นการตอบรับการปรากฏตัวของว่าที่เจ้าแห่งโลกปิศาจตนใหม่
ร่างสูงเดินอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ใคร่เสียงนินทาที่แว่วตามลมมาเข้าหูแม้แต่เพียงนิด
คุกเข่านั่งลงทำความเคารพต่อหน้าบัลลังค์อันศักดิ์สิทธิ์ รับมอบคทาอันเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าปิศาจจากหัตถ์ของผู้เป็นบิดาที่หายร่างไปทันทีเมื่อคทาสีนิลถูกเปลี่ยนมือ
ริมฝีปากสีจัดแย้มกระหยิ่ม ตั้งแต่วันนี้เป็นไป เค้าคือเจ้าแห่งโลกปิศาจ ผู้ครอบครองโลกปิศาจและกุมอำนาจสิทธิ์ขาดเหล่าปิศาจทั้งมวล
บังลังค์สีหมอกที่ใครต่างก็ต้องการอยากจะนั่งมันนัก บัดนี้ ทุกอย่าง เป็นของเค้าแล้ว

เสียงหัวเราะดังก้องกังวาลรับอำนาจใหม่ที่มีอยู่ในมือ ฮิโรกิก้าวอย่างใจเย็นขึ้นนั่งบนบัลลังค์
มือขาวจัดตวัดปลายคทาไปยังบริวารทั้งหลายที่ต่างกำลังคุกเข่าทำความเคารพ

"ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้า อุจิ ฮิโรกิ คือนายใหญ่ของพวกเจ้า จงเชื่อฟัง และจงรักภักดีต่อข้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น"

"เยส มายลอร์ด!!!"

เหล่าปิศาจนับหมื่นพร้อมใจกับตอบรับเป็นเสียงเดียวกันตามธรรมเนียม
เทพปิศาจรูปงามสรวลอย่างพอใจ ถึงแม้ว่าจะมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการรับมอบตำแหน่งของตนในครั้งนี้ก็ตาม
แต่เมื่อได้อำนาจสูงสุดมาอยู่ในกำมือแล้ว ก็ไม่มีปิศาจตนใดจะสามารถแข็งข้อกับตนได้
และจะไม่ยอมปล่อยให้บัลลังค์นี้หลุดมือไปเด็ดขาด!!!


"ท่านฮิโรกิ!! เหนื่อยไหมขอรับ"
ทันทีที่ฮิโรกิกลับมาถึงหอคอย ลูกสมุนตัวกระจิ๊ด --คู่หู-- ก็รีบวิ่งเข้ามาปรนนิบัติพันแข้งพันขาทันที
"ข้าเตรียมน้ำร้อน ๆ ไว้ให้ท่านอาบด้วย หรือว่าท่านอยากดื่มอะไรสักหน่อย"
เจ้าตัวเล็กนี่มีนามว่า โครว์ เป็นปิศาจอิกาที่ฮิโรกิเก็บมาเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มฝึกเรียนเวทมนตร์
ด้วยอายุยังเยาว์มากนัก จึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีในวันนี้
แต่ถึงแม้จะเป็นปิศาจตัวน้อย อ่อนประสบการณ์ โครว์ก็รักและเทิดทูญเจ้านายของมันมากกว่าสิ่งใด

"โครว์..งานที่ข้ามอบให้ทำ ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง"
ปิศาจตัวจ้อยหยุดท่าทีซุกซน เริ่มต้นรายงานหน้าที่ของตนเองฉับพลันอย่างไม่รอช้า
"ดูรัสหลายตนกำลังไปเพ่นพานอยู่ในโลกมนุษย์ขอรับ ข้าสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นคำสั่งของ...."

"โลกมนุษย์งั้นหรือ....พี่ชายต่างสายเลือดของข้าคงไม่ได้สำราญกับการสูบวิญญานมนุษย์อย่างเดียวหรอก"

"เรื่องนั้นหน่ะขอรับ.....ข้าได้ข้อมูลมาว่า มีมนุษย์ผู้นึงที่มีพลังเทียบเท่ากับเจ้าปิศาจอยู่"
ปิศาจตัวน้อยกดเสียงลงต่ำ ร่างเล็ก ๆ สั่นคลอนด้วยความพรั่นพรึงก่อนจะค่อย ๆ พูดต่อ
"มนุษย์ผู้นั้นเกิดในวันบูชาเทพแห่งความตาย....วันที่ 9 เดือน 4 ขอรับ
สันนิฐานว่า เพราะเวลาตกฟากจึงได้รับพลังมหาศาลนั้นมาด้วย
เหล่าดูรัสกำลังตามล่ามนุษย์ผู้นั้นอยู่ขอรับ.....วิญญานของเค้ามีค่ามหาศาล
ถ้าได้กินจะทำให้มีพลังเป็นอมตะ ไร้ผู้ใดทัดทานได้ขอรับ"

"ก็เลยต้องการสูบดวงวิญญานนั้น เพื่อจะเอาชนะข้าสินะ"

อย่างนั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้น ถ้าข้าได้ครอบครองดวงวิญญานนั้นเสียก่อนหล่ะ
ท่านจะทำหน้าอย่างไร..ท่านพี่..
คิดจะล้มข้างั้นหรือ....ใครจะยอมง่าย ๆ หล่ะ
เมื่อท่านล่าได้ ข้าก็ล่าได้เช่นกัน ...แล้วเมื่อถึงเวลาที่ข้าได้เป็นเจ้าของพลังนั้นแล้ว
ข้าคงจะสามารถหลุดจากสภาพลูกคนลูกปิศาจนี้ได้เสียที

"โครว์....อยากไปเที่ยวหรือไม่?"
เสียงทุ้มกล่าวทีเล่นทีจริง ดวงตาสีนิลหรี่มองไกลออกไปนอกหน้าต่างหอคอย แสยะยิ้มที่มุมปาก

"อยากขอรับ ถ้าไปกับท่านฮิโรกิ ข้าอยากไปทุกที่ขอรับ...ว่าแต่ เราจะไปไหนกันหรือขอรับ"
ปิศาจตัวจ้อยทำตาปริบ ๆ มองตามนิ้วมือเรียวยาวสีขาวซีดออกไป
ประตูสีทมึนขนาดมหึมาที่ปิดสนิทอยู่เสมอ ประตูที่เชื่อมระหว่างโลกปิศาจกับ "โลกมนุษย์" !!!



Canto : I

¡Áincontro¡Á


พระจันทร์สีแดงสดราวกับสีเลือด ทอแสงเต็มดวงบนท้องฟ้ามืดสนิท
เด็กหนุ่มวัยแรกรุ่น แต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์ยืนก้มหน้านิ่งอยู่หน้าหลุมศพกลางสุสานที่เงียบกริบ
เป็นเวลานับสิบปีแล้ว ที่เค้าได้สูญเสียบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิตไปพร้อม ๆ กันทั้งสองคน
ดวงตากลมโตจับจ้องนิ่งอยู่บนแผ่นหินที่สลักเป็นชื่อตระกูล.....ยามาชิตะ......
แต่นั่นไม่ใช่สาเหตที่ทำให้น้ำตาเอ่อขึ้นมารอบดวงตาหรอก

"แกมันตัวโชคร้าย ตัวเรียกความหายนะให้กับพวกเรา....ไปตายซะ!!"

คำพูดที่เมื่อหลายปีก่อนญาติทางพ่อคนนึงทิ้งไว้ให้กับเค้า ก่อนที่...จะเสียชีวิต

ดูเหมือนว่าใครก็ตาม ที่อยู่รอบตัวเค้าจะต้องมีอันเป็นไปกันหมด
ไม่เร็วก็ช้า....
พ่อแม่...ญาติพี่น้อง....เพื่อนสนิท แม้กระทั่ง อาจารย์ที่เคยสอนวิชาความรู้ให้กับเค้า

"มีนะ คนที่แค่พูดคุยด้วย แค่ยุ่งเกี่ยวด้วยนิดหน่อย ก็ทำให้อีกฝ่ายถึงกับมีอันเป็นไปได้
เด็กคนนี้เกิดวันที่ 9 เดือน 4 ...วันบูชาเทพแห่งความตาย..
9 คือ ¶ì(คุ)¡¡คือความทุกข์ทรมาณ
4 คือ »à(ชิ)¡¡คือความตาย
เค้ามีสองสิ่งนี้อยู่ในตัว.......มันเป็นพลัง....พลังแห่งความหายนะ"

ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์มืดท่านนึงพูดเอาไว้แบบนี้
สมัยเมื่อตอนที่เค้ายังเด็ก ตอนที่ครอบครัวยังอยู่พร้อมหน้า
จู่ ๆ ชายวัยกลางคน แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแปลกตา เดินเข้ามาในบ้าน พูดเรื่องของเค้า
แล้วก็จากไปอย่างไร้ร่องรอย

ความเยาว์วัยทำให้เค้าไม่เข้าใจอะไรมากนัก...
จนกระทั่งถึงวันที่ เค้าสูญเสียทุกคนไป มีชีวิตอยู่โดดเดียว ลำพัง

ชายหนุ่มปาดน้ำตาออกก่อนที่มันจะไหลลงมาเปื้อนแก้ม
วางดอกไม้สีขาวสะอาดลงกับพื้นหญ้าที่ชุ่มน้ำค้างยามค่ำคืน
แตะมือเบา ๆ ลงบนแผ่นหินเย็นเฉียบ

เค้าเคยหมดหวัง กับการหาคำตอบว่า ตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร
ถ้าต้องสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ทำให้คนที่เค้ารักต้องจากไปแล้ว
จะมีความหมายอะไรที่ได้เกิดมา

แต่ตอนนี้เค้าเลิกแล้วที่จะโอดครวญกับโชคชะตาของตัวเองและเลือกที่จะเผชิญหน้า
มันต้องมีสิ....ความหมายของการที่เค้าได้เกิดมา
ต่อจากนี้ไปก็ยังไม่สายที่จะตามหา ...
หากแม้ว่า การมีชีวิตอยู่ของเค้าเพื่อสร้างแค่ความวิบัติ
เค้าก็พร้อมจะก้มหน้ารับชะตากรรมนั้น.......และพร้อมสำหรับเลือกทางออกที่ดีที่สุด

อากาศเริ่มเย็นลงมากขึ้นทุกที วันนี้เป็นวันที่หนาวมากผิดปกติ
แถมเป็นวันพระจันทร์เต็มดวงเสียด้วย......
ยามะพีเงยหน้ามองดูจันทร์ทรงกลดสีเลือดบนท้องฟ้ามืดสนิท

....."ใคร"เลยจะเห็นว่า ดวงจันทร์ในวันนี้มีสีแดงจัดแค่ไหน.....

"พระจันทร์สีแดงก็ไม่เลวหรอกน่า"
เค้าอมยิ้มอย่างเศร้าสร้อย และทึ่งนิด ๆ กับสิ่งที่ตนเองสามารถมองเห็นได้
ในขณะที่คนอื่น ๆ ไม่มีทางมองเห็นได้เลย
ไม่มี "ใคร" อยู่ในสุสานแห่งนี้นอกจากเค้า
ไม่สิ ....ไม่มี "สิ่งมีชีวิตใด" อยู่ในสุสานแห่งนี้นอกจากเค้า
แต่มีอยู่เต็มไปหมด......."สิ่งที่ไม่มีชีวิต"

วิญญานที่ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ วิญญานเร่ร่อน สัมภเวสี
ไม่มีวิญญานดวงไหนสนใจเค้าหรอก
วิญญานทุกดวงที่นี่ต่างหมกมุ่นกับการล่องลอยไปมา ราวกับรอคอย
ราวกับยังมีเยื่อใยกับร่างกายเนื้อที่สูญเสียไปแล้วของตนเอง
ถึงได้ไม่ยอมไปไหน

อย่างน้อย การที่เค้า"มองเห็น" ก็ทำให้สบายใจได้อย่างนึง
เพราะเค้าไม่เคยพบเจอวิญญานของพ่อและแม่เลยแม้แต่ครั้งเดียว
จะไม่ผิดใช่ไหม ที่เค้าจะตีความว่า ทั้งสองท่านนั้นไปสู่สุคติแล้ว

ดึกมากแล้ว ขณะที่เค้ากำลังตัดสินใจออกจากสุสาน
จู่ ๆ ลมแรงก็พัดอึงเข้ามาประทะ ทันที เหล่าดวงวิญญานทั้งหลายพลันหายกันไปอย่างไร้ร่องรอย
แบบนี้ไม่ดีแน่.....
ยามะพีเริ่มก้าวเท้า เร่งจังหวะการเดินให้เร็ว....สังหรณ์ไม่ดีเลย
หรือว่าคืนนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นกันนะ....

"อ่ะ!!!!!"
ที่หน้าประตูสุสาน ยามะพีตกใจจนต้องอุทานออกมา
เค้ามั่นใจว่าที่เค้าเห็นอยู่ตอนนี้คือ คน ..คนที่มีชีวิตแน่ ๆ
แต่คนคนนี้กลับมีร่างซ้อนอยู่ด้วย ใบหน้าซีดเขียว และดวงตาปูดโปนผิดมนุษย์แบบนี้
....ถูกสิง อย่างนั้นหรือ!!!??

"ในที่สุด.....ก็เจอตัวซะที"
เสียงครางโหยหวนชวนให้ขนลุกไปทั้งตัว ทั้งน่ากลัว น่าขยะแขยง...
คนคนนี้กำลังถูกวิญญานร้ายครอบงำอยู่ ยังไม่ทันได้คิดหาทางหนีทีไล่
จู่ ๆ ทั้งซ้ายขวาและด้านหลังของเค้าก็ถูกล้อมรอบไปด้วยวิญญานร้ายเต็มไปหมด

.....เสียงร้องเมื่อกี้นี้ เป็นเสียงเรียกพวกพ้องอย่างนั้นหรือ.....ไม่ดีแน่แล้ว...

"เจ้านายจะต้องพอใจแน่ ๆ"
ยามะพียืนนิ่งราวกับถูกสะกด กลัวจับใจ แต่ก็พยายามจะหาใจความที่พวกวิญญานกำลังพูดกัน
พวกนั้นเริ่มขยับเข้ามารุมล้อมตัวเค้ามากขึ้น มือซีดสีคล้ำที่มีแค่หนังหุ้มกระดูกข้างนึงยื่นออกมา
คว้าลำคอของเค้า และเริ่มกระชับแรงจนเค้าหายใจติดขัด

..นี่มัน...อะไรกัน เค้าจะต้องตายวันนี้หรือ....

ดวงตาเริ่มปริบปรือ เค้าหายใจไม่ออกและเริ่มจะหมดแรง ทันใดนั้นราวกับมีลมอุ่นร้อนกรรโชกรุนแรงเข้ามา
พร้อมกับมือหุ้มกระดูกนั้นค่อย ๆ มลายหายไปราวกับอากาศ
มีเสียงร้องขึ้นอย่างกริ้วโกรธจากเหล่าวิญญานร้าย พวกมันพากันเปลี่ยนเป้าสายตาไปยังผู้ที่ปรากฏกายขึ้นมาใหม่
ชายหนุ่มรูปร่างสูงดูหน้าเกรงขาม ผิวขาวจัดตัดกับเสื้อผ้าแปลกตาสีดำสนิท ที่มือถือคทาด้ามยาวรูปทรงประหลาด
และที่หน้าแปลกไปกว่านั้นคือ รอบกายของชายผู้นี้มีเปลวไฟทมึนลุกโชนอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเค้าตวัดคทาไปมา ลูกไฟสีดำก็พากันวิ่งไปหาดวงวิญญานร้ายและในพริบตาก็มอดไหม้หายไปพร้อมวิญญานเหล่านั้นราวกับภาพลวงตา

"เดี๋ยวก่อน!! อย่าฆ่าเค้า เค้าเป็นคน..เค้ายังมีชีวิต"
ร่างมนุษย์ที่ถูกเข้าสิงเกือบจะถูกเผาไหม้ไปด้วยลูกไฟจากคทานั้นแล้วหากยามะพีไม่ร้องขึ้นมาเสียก่อน
ชายชุดดำชะงักมือราวกับตกประหม่า เพียงแต่สีหน้าราบเรียบนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว
ไม่ถึงอึดใจ มีโซ่มากมายมาพันรอบกายมนุษย์ผู้นั้นไว้ และดวงวิญญานร้ายก็ทิ้งร่างไปทันทีราวกับถูกนาบด้วยของร้อน
เช่นเดียวกัน ชายชุดดำก็สามารถเผาวิญญานดวงนั้นให้แหลกเป็นจุลก่อนที่มันจะหนีไปได้ทัน

ยามะพียืนตะลึงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้
เค้าหายใจหอบอย่างเหน็ดเหนื่อย และทรุดลงนั่งกับพื้นหญ้าเย็นช่ำ
เค้าไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้ขอชีวิตเพื่อนมนุษย์คนนั้นไว้ ทั้งที่ไม่มีอะไรเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า
หลังจากนี้ไป ตัวเค้าเองจะไม่ถูกลูกไฟนั้นเผาจนมอดไหม้เป็นจุลไปเช่นกัน
ชายชุดดำเคลื่อนกลายเข้ามาใกล้เค้า นั่งลงในระดับเดียวกับเค้า
มือใหญ่สีขาวจัดยื่นเข้ามา นิ้วเรียวยาวแตะเบา ๆ บนปลายคางเชยขึ้นให้สบกับดวงตาคมจัด

"ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำอะไรเจ้า"
น่าแปลกที่แค่คำพูดประโยคเดียวทำให้เค้าโล่งใจได้มากมาย
ถึงกระนั้นยามะพีก็ยังสั่นอยู่มากหลังจากได้ฟังถ้อยคำที่ดูน่าไว้วางใจ
เค้าลืมที่จะขัดขืนและเผลอจ้องมองแววตาที่เปล่งประกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ามืดสนิทนั้น

"คุณ...เป็นมิตรหรือปล่าว"

ชายหนุ่มตรงหน้าเค้าส่งยิ้มอ่อนโยน พร้อมตอบด้วยเสียงทุ้มนุ่มราวกับกระซิบ
".....ไม่ใช่ศัตรู"

"เป็นพวกเดียวกับ..เรา...หรือ?"

".....อาจใช่ หรือ ไม่ใช่"

"คุณ..ไม่ใช่มนุษย์..."

คราวนี้ชายหนุ่มไม่ตอบใด ๆ เพียงยังยิ้มบาง ๆ บนมุมปากเรียวงาม
ยามะพีจึงถือเอาว่า นั่นคือการยอมรับ.....

มีร่างกาย แต่ไม่ใช่มนุษย์....

"คุณ....ต้องการอะไร"

คราวนี้ริมฝีปากสีจัดแย้มยิ้มเต็มใบหน้า แต่เป็นยิ้มที่ไม่ไปถึงดวงตาคู่สวยนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
ทั้งน่าหวาดกลัว และน่าหลงใหล....

"...ข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วย...."

"คุยกันตรงนี้ก็กระไรอยู่...นำทางข้าไปที่พักของเจ้าได้หรือไม่?
อากาศที่นี่เย็นเกินไป เจ้าต้องได้รับความอบอุ่นมากกว่านี้..."

พริบตาเดียวที่ยิน ชั่วครู่ที่ภาพห้องพักในแมนชั่นของเค้าวิ่งผ่านเข้ามาในหัว
บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันราวกับโกหก
ตอนนี้เค้าทั้งสองอยู่ในห้อง ที่แมนชั่นเรียบร้อยแล้วทั้ง ๆ ยังไม่ได้ก้าวไปไหนเลยแม้แต่ก้าวเดียว
ยามะพีแทบจะอุทานออกมาว่า ทำได้ยังไง....ก็หยุดเอาไว้เมื่อความจำเตือนเค้าว่า ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา

ไฟในห้องสว่างไสว เครื่องปรับอากาศพากันทำงานเองโดยอัติโนมัติ
เค้ากำลังทึ่งกับพลังของชายแปลกหน้าคนนี้ จนกระทั่งรู้สึกถึงผ้านุ่ม ๆ บนศีรษะ
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ทั้งที่ยังอยู่ใกล้กันแค่นี้....ยังไม่มีใครละสายตาจากกันไปไหนแบบนี้

"เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ"
ชายหนุ่มยังคงยิ้มอย่างเย็นใจ ฝ่ามือใหญ่จับผ้าขนหนูผืนนุ่ม เช็ดเบา ๆ ที่ปลายเส้นผมของเค้า
ความอ่อนโยนและใจดีแบบนี้ นอกจากพ่อกับแม่แล้ว เค้าไม่เคยได้รับจากใครคนไหนมาก่อนเลย
ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเรียกร้องหามันมานานแล้ว....ทำไมช่าง...เป็นสัมผัสที่น่าโหยหาขนาดนี้นะ

"เอ่อ...คุณ.."

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!

ยามะพีสะดุ้งสุดตัวกับเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
และตามด้วยเสียงเรียกที่คุ้นเคย.......
ชายหนุ่มปล่อยมือที่ประคองเค้าเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ออก
เพื่อเปิดโอกาศให้ยามะพีได้รับแขก ตอนแรกเค้ากังวลนิดหน่อยก่อนจะเปิดประตู
แล้วตระหนักได้ถึงสิ่งที่ติดตัวเค้ามาตั้งแต่เกิด......จริงสินะ ไม่มีใครมองเห็นชายคนนี้ได้นอกจากเค้า...

"กลับมาเมื่อไหร่ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วกินข้าวมาหรือยัง"
ทันที่เปิดประตู เค้าก็ได้รับคำถามมากมาย ....นิชิคิโด เรียว...
ผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ที่เดียวกัน ในสายตาของยามะพี เรียวเป็นคนที่ดีมากคนนึงเลยทีเดียว

"เพิ่งกลับมาครับ แต่รุ่นพี่ไม่ต้องห่วง ผมทานข้างนอกมาเรียบร้อยแล้ว"
เค้ายิ้มแห้ง ๆ ตอบไปตามความจริง ..เรียวมักจะคอยเป็นห่วงเค้าเสมอแบบนี้
ทั้งเรื่องเรียน เรื่องสุขภาพการกิน เป็นเหมือนพี่ชายคนนึงเลยทีเดียว

"...งั้นเหรอ...งั้นก็แล้วไป ดึกมากแล้ว อย่านอนดึกละ...แล้วพรุ่งนี้เจอกัน"
ยามะพีรับคำพร้อมยิ้ม โบกมือลาตอบกลับและปิดประตูลงในที่สุด ถอนใจอย่างโล่งอก

"ตกใจหมดเลย...."
หัวใจยังเต้นตึกตักไม่หาย เค้าเอาศีรษะแนบเบา ๆ ไปกับประตูห้อง ก่อนจะนึกได้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว

"คราวนี้ เจ้าก็เป็นของข้าแล้วสินะ"
ชายแปลกหน้ายิ้มเย็น ๆ ...เค้ารู้สึกประหลาดกับประโยคแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้ท้วงอะไร
ค่อย ๆ เดินกลับเข้ามาในห้อง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนึง ราวกับชายคนนี้อ่านใจเค้าออก
ยังไม่ทันที่ยามะพีจะอ้าปากถามถึงสถานภาพที่แท้จริง ก็ได้ยินคำตอบที่ต้องการเสียก่อนแล้ว

"ข้าเป็นเจ้าแห่งโลกปิศาจ...พวกที่เข้ามาทำร้ายเจ้า คือ ดูรัส..ปิศาจชั้นต่ำ..
พวกดูรัสมักอยู่เหนือการควบคุมของพวกเราเสมอ ตอนนี้มันกำลังมาเพ่นพ่านอยู่ในโลกของเจ้า
สูบกินเอาดวงวิญญานมนุษย์ที่ยังไม่ถึงคราวตายกันตามอำเภอใจ ทำให้โลกปิศาจและโลกมนุษย์ปั่นป่วน
ข้าอยากให้เจ้าร่วมมือกับข้า กำจัดพวกมัน"

"ผม?....ผมไม่มีพลังจะกำจัดปิศาจหรอกนะครับ ผมจะทำได้ยังไ..."

"เจ้าทำได้.....เจ้ามองเห็น...."
ยามะพีเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจอะไรนัก ในใจกำลังอยากนึกย้อนถามว่า คุณเองก็มองเห็นไม่ใช่หรือ
แล้วก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง...

"ข้าไม่สามารถแยกแยะได้ยามที่พวกดูรัสสิงสู่อยู่ในร่างมนุษย์
แต่เจ้าทำได้.....เจ้าแยกพวกมันได้"
ไม่ทันที่จะได้ถามต่อว่าในเมื่อเป็นถึงเจ้าปิศาจ แล้วทำไมถึงแยกไม่ออก ชายหนุ่มแปลกหน้าก็พูดตัดขึ้นมาอีก

"ตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่า มีมนุษย์ที่มีพลังสามารถสัมผัสพวกมันได้
และมันจะไม่ยอมให้เจ้าอยู่เป็นเสี้ยนหนามขัดขวางพวกมัน...มันไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่...
ชีวิตเจ้า กำลังตกอยู่ในอันตราย"

ยามะพีนั่งเงียบ ในสมองกำลังตีกันวุ่นวาย เค้าไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไรดี
ควรจะปฏิเสธ หรือควรจะตอบตกลงดี....
มันก็จริงอยู่ที่เค้าสามารถมองเห็นได้ แต่ว่า ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เค้าก็ทำอะไรไม่ได้มาตลอด
ทั้ง ๆ ที่รู้ ทั้ง ๆ ที่เห็น...แต่เค้าก็ไม่สามารถหยุดการจากไปของคนที่เค้ารักได้เลย...

"เวลาตกฟากของเจ้า..."เทพปิศาจเริ่มพูดต่ออีกครั้ง
"วันที่ 9 เดือน 4 เจ้ามีพลังที่จะมองเห็นพวกมัน
เจ้าเป็นคนพิเศษ......เจ้าเกิดมาเพราะสิ่งนี้...
อุบัติเหตุ อาชญากรรมผิดปกติทั้งหลายที่เกิดขึ้น
ล้วนเป็นฝีมือของพวกมันทั้งนั้น เจ้าเป็นคนเดียว ที่สามารถยับยั้งพวกมันได้...
เจ้าสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้น่าสงสารของเจ้า ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อพวกดูรัสได้"

"ผม...ทำได้จริง ๆ เหรอ"
ราวกับมีอะไรมากระทบ ต่อมน้ำตาที่มักจะอยู่ลึกที่สุดแห่งห้วงความรู้สึกกำลังเปราะร้าว
หรือว่า นี่อาจจะเป็น ความหมายของการที่เค้าเกิดมา....
เพียงถ้าเค้าสามารถรู้สึกตัวได้เร็วกว่านี้เท่านั้นเอง...........

"อย่างนั้น....เองเหรอ" ริมฝีปากอิ่ม สั่นเทา ตามด้วยหยดน้ำตาพากันพรั่งพรูลงเปื้อนสองแก้มขาว
เป็นครั้งแรก ที่ได้ยินคำพูดสรรเสริญการเกิดมาของเค้า มันพาลให้ ดีใจ และเสียใจจนห้ามไม่อยู่
เทพปิศาจย่างกรายเข้ามาประชิดร่างของเค้า นิ้วมือเรียวยาว ไล่เกลี่ยน้ำใส ๆ ที่ปลายหางตาให้อย่างเบามือ
ราวกับกำลังปลอบประโลม....และกระซิบต่ำที่ข้างใบหู

"ได้โปรด....ร่วมมือกับข้า...โทโมฮิสะ"
น้ำเสียงชวนฝันของชายหนุ่มดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท เค้าลืมที่จะคิดกังวลทุกอย่าง
แต่ก็ไม่ขาดสติขณะที่ตอบตกลง ร่วมมือกับเจ้าแห่งโลกปิศาจรูปงามตนนี้
เค้าได้เห็นรอยยิ้มน่าหลงไหลนั้นอีกครั้ง ก่อนจะเผลอปิดตาลงอย่างไม่มีเหตุผล
และรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อปลายลิ้นอุ่นจัดกำลังเกี่ยวกระวัดกับปลายลิ้นของตนเอง

"คุณ!! ทำ..อะไร"
ยามะพีออกแรงผลักเทพปิศาจออกด้วยอารามตกใจ ไม่อยากเชื่อเลย
นี่เค้าถูกปิศาจ ขโมยจูบ งั้นเหรอ?
หากแต่เทพปิศาจรูปงามยังตีหน้านิ่งได้อย่างน่าชื่นชม พูดราวกับเป็นเรื่องธรรมดาว่า

"ข้าแค่ขอบคุณเจ้า ก็เท่านั้น..."

เห....? ปิศาจเค้าขอบคุณกันแบบนี้หรอกเหรอ..ไม่ยักรู้มาก่อนเลยแหะ

"เจ้ายอมร่วมมือกับข้า ข้าดีใจมากรู้หรือไม่"
ยามะพีอึกอัก...อะไรกัน จู่ ๆ สายตาของปิศาจตนนี้ก็เปลี่ยนไป
เมื่อกี้ยังเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง แต่ทำไมตอนนี้มันกลับบอกเจตนาของเจ้าของมันชัดเจนขนาดนี้หล่ะ

"ไม่ต้องกลัว...ข้าแค่ต้องการแสดงความขอบคุณเจ้าเท่านั้น"

"มะ...ไม่เป็นไร..ผม.."

"ให้ข้าได้ขอบคุณเจ้าเถอะนะ"

ริมฝีปากอิ่มถูกแนบจนชิดอย่างไร้หนทางขัดขืนอีกต่อไป
เปลือกตาของเค้าหนักอึ้งราวกับถูกกดทับ ร่างกายไร้เรี่ยวแรง
ไม่ว่าเทพปิศาจจะกอดรัดอย่างแนบสนิทเพียงใด
จูบร้อนแรงค่อย ๆ หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ และหลังจากนั้น สติก็ขาดห้วงไปทันที

เทพปิศาจมองดูพลังของตนเองที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากเด็กมนุษย์ที่สลบไสลอยู่ในอ้อมกอด
ไม่คิดเลยว่า เพียงแค่ได้ชิดใกล้ จะสามารถถ่ายเทพลังได้อย่างง่ายดายขนาดนี้
รอยยิ้มเย็นเยียบระบายเต็มใบหน้า เทพปิศาจสรวลอย่างพึงพอใจ พลางปรายเนตรมองดูร่างไร้สติอย่างนึกสมเพช

"มนุษย์....เจ้าช่างอ่อนแอนัก....ฮึ..."



caro demone : 01



สวัสดีปีใหม่ค่ะ..ช้าไปเดือนนึง อย่าว่ากันเลยเน๊อะ
แห่ะ ๆ มาอีกแล้ว ฟิคผิดธรรมชาติ เอ้ย ฟิคเหนือธรรมชาติ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เนื้อหาในเรื่องที่เกี่ยวกับวันเกิดของยามะพีเนี่ย
เราไม่ได้มีเจตนาจะว่าร้ายยามะพีแต่อย่างใด...โปรดอย่าเข้าใจเราผิดนะคะ
มันเป็นความเชื่อตามธรรมเนียมของญี่ปุ่นเค้าหน่ะค่ะ
อ้อ ส่วนเรื่องว่า วันนั้นเป็นวันบูชาเทพเจ้าอะไรนั่น เราก็คิดขึ้นมาเองเพื่อให้ดูเข้ากับสถานการณ์ค่ะ
ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับความจริงเลยแม้แต่นิดดดเดียว...

ยังไงซะ อยากให้อ่านด้วยความสนุกสนานนะคะ

แล้วก็ สุดท้ายละ ...TABOO กับ Slave Of Love แปะโป้งไว้ก่อนนะ ¡ä¡ã¡¨

No.108 | ¡Ö¥Ô¥Ã¥Á¡¼¡× caro demone | Comment:5 | Page Top

¥³¥á¥ó¥È

ขอโทษนะคะ ท่านเจ้าปีศาจ!!! ขโมยจูบกันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอค่ะ!!~ เล่นง่ายนี่หน่าาาาาาา

หนุกดีๆ ไม่คิดว่าท่านเรียวจะได้ออกตอนหนึ่งแฮะ.....

เอาอีกๆๆๆๆ

พีเอส....'Shi-Ku' >w<

No.335 | 2009/ 01/31 | name¡§ Pui--URL[ ÊÔ½¸ ]

"ข้าแค่ขอบคุณเจ้า ก็เท่านั้น..."

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
มาดูดวิญญานเราเถอะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ >.<
ปีศาจหล่อขนาดนี้ มาดูดวิญญาณไปเลยอ่ะะะะ ให้เลยฟรีๆ 555555555555555555
อยากบอกว่า... ดีใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆที่เห็นฟิคอุจจี้พี
อยากอ่านมานานมากกกกกกกกแล้วรุ้มั้ยคะ อิอิอิอิ
ตอนอ่านแบบว่าไม่อยากอ่านต่อเลยอะ กลัวมันจะจบ ^^"
ชอบเรื่องนี้มากมาย ปีศาจที่รัก >.<
ถึงอุจจี้จะดูเลวหน่อยๆ อยู่ดีๆมาดูดวิญญาณคนอื่นไปเพิ่มพลังตัวเองเฉยเลย
อยากรู้จักถ้าพีไม่สลบไปก่อน... จะดูดได้ถึงไหนเนี่ย 555555
แต่หล่อขนาดนี้ยังไงก้อให้อภัย 55555
มาต่อเรวๆน้าาาาาาาาาาาา
คุณชายเล็กด้วย 5555
แอบทวงๆๆๆ

No.336 | 2009/ 01/31 | name¡§ *+.P-i-N-k-U.+*--URL[ ÊÔ½¸ ]

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด จะผิดไหมค่ะถ้ารอทาบูด้วยอ่ะ โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โอ้ยยย อุจจี้ ทำไมเท่ส์แบบนี้หล่ะค่ะ แล้วอยู่ดีๆมาจูบน้องเฉยเลย โอ้ย แล้วถ้า!@#$%^&*()_กันนี่น้องไม่หมดแรงตายเลยหรอ? เหอๆๆขนาดแค่จูบนะเนี่ย

ปล เราก้ออยากขอบคุณยามะพีนะ เหอๆๆ
ปล สอง รอทาบูกับฟิคเรื่องนี้ตอนต่อไปอยู่นะค่ะ

No.337 | 2009/ 01/31 | name¡§ Pooh-GcLfJDCkURL[ ÊÔ½¸ ]

ในที่สุดก็ได้อ่าน?

พยายามอ่านช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่อยากให้จบอ่ะ

จี้อย่ามาพูดแบบนี้กับพีสิ

พีมีดีกว่าที่นายคิดอีกนะฮิ ฮิ ใช่มั้ยพี

มาให้ขอบคุณเลย มาม๊ะ มาม๊ะ

No.338 | 2009/ 02/01 | name¡§ janetomo^^--URL[ ÊÔ½¸ ]

โอ๊ยยยย กรี๊ดดดฟิคใหม่ >_<~ ตื่นเต้นมากค่ะ

ว่าแต่จี้จะหลอกน้องพีตั้งแต่ต้นเรื่องเลยหรอคะ ??

ใจร้ายยย.... (แต่ชอบ) 555

มาแต่งต่อเร็ว ๆ นะคะ (รีเควสคุณชายเล็กหนัก ๆ เลยค่า มาต่อทีเถ้อ ~~~~~~)

No.339 | 2009/ 02/27 | name¡§ -JalddpaAURL[ ÊÔ½¸ ]

¥³¥á¥ó¥È¤ÎÅê¹Æ

´ÉÍý¼Ô¤Ë¤À¤±É½¼¨¤òµö²Ä¤¹¤ë

¡¡